|
วงศ์ ANNONACEAE
ชื่อวิทยาศาสตร์ Melodorum fruticosum Lour.
ชื่ออื่น หอมหวน
ถิ่นกำเนิด ประเทศแถบอินโดจีน พบตามป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้งภาคตะวันออก และภาคกลางของไทย
ลักษณะทั่วไป ไม้ต้นขนาดกลาง สูง 5-10 เมตร
หรืออาจถึง 20 เมตร ไม่ผลัดใบ เรือนยอดรูปกรวย หนาทึบ ลำต้นเปลาตรง เปลือกต้นสีน้ำตาล แตกขรุขระเป็นสะเก็ด โตช้า เจริญเติบโตได้ดีในที่ชุ่มชื้น ดินร่วนซุย
ใบ ใบเดี่ยวเรียงสลับในระนาบเดียวกันของกิ่ง รูปรีแกมรูปของขนานหรือใบรูปหอก กว้าง 3-4 เซนติเมตร
ปลายใบแหลม โคนใบสอบหรือมนสีเขียวเข้ม ใต้ใบสีอ่อนกว่าหรือสีเขียวนวล
ดอก ออกดอกเป็นดอกเดี่ยวบริเวณซอกใบที่ปลายกิ่ง
สีเหลือง กลีบดอกหนาและแข็ง 6 กลีบ เรียงเป็นสองชั้น
ชั้นละ 3 กลีบ กลีบดอกชั้นนอก 3 กลีบ รูปไข่ปลายแหลม
แผ่กางออก ปลายกลีบงุ้มเข้าเล็กน้อย เมื่อบานกลีบจะโค้งออก กลีบดอกชั้นใน 3 กลีบ งุ้มเข้าหากันเป็นรูปสามเหลี่ยม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 เซนติเมตร มีกลิ่นหอมเย็นตอนเย็นถึงเช้า
ดอกบานนานประมาณ 2 สัปดาห์
ออกดอกเดือนธันวาคม-มีนาคม
ผล ผลกลุ่ม ทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.6 เซนติเมตร
สีเขียว เมื่อแก่เป็นสีดำ รสหวานอมเปรี้ยว
การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด หรือตอนกิ่ง ต้นก้าจาการเพาะเมล็ดจะโตช้า แต่แข็งแรงและทนแล้งได้ดี ใช้เวลามากกว่า 5 ปีจึงจะออกดอก กิ่งตอนออกรากค่อนข้างยาก การตอนกิ่งควรตอนจากิ่งที่ปลายยอดหรือกิ่งที่เคยออกดอกแล้ว ในปีถัดมาก็จะออกดอกกิ่งตอนที่ตอนจากิ่งกระโดงที่โคนต้นต้อง
ใช้เวลา 2-3 ปีจึงจะออกดอก ต้นที่ขุดล้อมมาต้องใช้เวลานานเกือบปีจึงจะฟื้นตัว
หมายเหตุ เป็นพรรณไม้ประจำจังหวัดศรีสะเกษ
ชื่ออื่น หอมหวน
ถิ่นกำเนิด ประเทศแถบอินโดจีน พบตามป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้งภาคตะวันออก และภาคกลางของไทย
ลักษณะทั่วไป ไม้ต้นขนาดกลาง สูง 5-10 เมตร
หรืออาจถึง 20 เมตร ไม่ผลัดใบ เรือนยอดรูปกรวย หนาทึบ ลำต้นเปลาตรง เปลือกต้นสีน้ำตาล แตกขรุขระเป็นสะเก็ด โตช้า เจริญเติบโตได้ดีในที่ชุ่มชื้น ดินร่วนซุย
ใบ ใบเดี่ยวเรียงสลับในระนาบเดียวกันของกิ่ง รูปรีแกมรูปของขนานหรือใบรูปหอก กว้าง 3-4 เซนติเมตร
ปลายใบแหลม โคนใบสอบหรือมนสีเขียวเข้ม ใต้ใบสีอ่อนกว่าหรือสีเขียวนวล
ดอก ออกดอกเป็นดอกเดี่ยวบริเวณซอกใบที่ปลายกิ่ง
สีเหลือง กลีบดอกหนาและแข็ง 6 กลีบ เรียงเป็นสองชั้น
ชั้นละ 3 กลีบ กลีบดอกชั้นนอก 3 กลีบ รูปไข่ปลายแหลม
แผ่กางออก ปลายกลีบงุ้มเข้าเล็กน้อย เมื่อบานกลีบจะโค้งออก กลีบดอกชั้นใน 3 กลีบ งุ้มเข้าหากันเป็นรูปสามเหลี่ยม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 เซนติเมตร มีกลิ่นหอมเย็นตอนเย็นถึงเช้า
ดอกบานนานประมาณ 2 สัปดาห์
ออกดอกเดือนธันวาคม-มีนาคม
ผล ผลกลุ่ม ทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.6 เซนติเมตร
สีเขียว เมื่อแก่เป็นสีดำ รสหวานอมเปรี้ยว
การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด หรือตอนกิ่ง ต้นก้าจาการเพาะเมล็ดจะโตช้า แต่แข็งแรงและทนแล้งได้ดี ใช้เวลามากกว่า 5 ปีจึงจะออกดอก กิ่งตอนออกรากค่อนข้างยาก การตอนกิ่งควรตอนจากิ่งที่ปลายยอดหรือกิ่งที่เคยออกดอกแล้ว ในปีถัดมาก็จะออกดอกกิ่งตอนที่ตอนจากิ่งกระโดงที่โคนต้นต้อง
ใช้เวลา 2-3 ปีจึงจะออกดอก ต้นที่ขุดล้อมมาต้องใช้เวลานานเกือบปีจึงจะฟื้นตัว
หมายเหตุ เป็นพรรณไม้ประจำจังหวัดศรีสะเกษ
ที่มา. http://www.thaigreengarden.com/plantlunduan.html

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น